Infopreneur คือ อะไร ? ทำไมจึงเป็นธุรกิจที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

นักธุรกิจข้อมูลความรู้ (Infopreneur) ใช้ความรู้เป็นพลังในการสร้างธุรกิจ (Infomation Business) อาชีพที่น่าสนใจ น่าลงทุน และเน้นที่การช่วยเหลือคนอื่นเป็นสำคัญ

Credit : clickbank.com

นักธุรกิจความรู้ ขายความรู้ออนไลน์ (Info Product)

Infopreneur นักธุรกิจมากความรู้ ใช้ Internet เป็นช่องทางสำคัญในการเผยแพร่คอร์สออนไลน์ , Ebook, Video DVD, Audio CD, สัมมนา หรือจัดอบรมต่างๆ สร้าง Personal Brand ด้วยการให้และการแบ่งปันผ่าน เว็บไซต์, Blog, Email ใช้ความรู้และความชำนาญเป็นต้นทุนในการสร้างธุรกิจ และใช้ Tools เครื่องไม้เครื่องมือในโลกออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญฟรีอีกด้วยเช่น Google Doc, Sheet, Slides, Forms, WordPress, Free Photo เป็นต้น

ซึ่งความสำเร็จของธุรกิจข้อมูลความรู้นี้ (Info Business) ต้องอาศัยการเขียน และการถ่ายทอดให้เข้าใจง่ายผ่าน บทความ, email , การโต้ตอบทาง Social Media, การทำวีดีโอ รวมถึงการเป็นวิทยากรโต้ตอบ และสอนคนมากมายต่อหน้าผู้คน

ทักษะทีจำเป็นของนักธุรกิจขายความรู้ Infopreneur เช่น

– ทักษะการเขียน ของ Content Writer
– ทักษะการสร้างวีดีโอ
– ทักษะการใช้งานเว็บไซต์
– ทักษะการตลาดออนไลน์
– ทักษะการจัดงานสัมมนา
– ทักษะการพูดและสื่อสารของวิทยากร
– ทักษะการบริหารเวลา
– และทักษะที่สำคัญที่สุดข้อหนึง คือการพัฒนาตัวเอง และมีความสุขกับการทำงานอยู่เสมอ

Infopreneur คือ

อาชีพหนึง ที่มีคนทำมามากมายพอสมควรแล้วในต่างประเทศ ทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ เป็นงานกึ่ง Passive Income อย่างหนึ่ง โดยใช้ Internet เป็นสื่อกลางที่ประหยัดที่สุดในการเผยแพร่ผลงาน และจำหน่ายคอร์สเรียนหรือความรู้ ในรูปแบบ e-Book, Email Newsletter, Youtube Channel, Video DVD, Audio CD, คอร์สออนไลน์ หรือจัดสัมมนาต่างๆ

ในเมืองไทย เริ่มมี Infopreneur ดังๆ ปรากฎให้เห็นมากขึ้นแล้ว ทางนักรบเองก็มีส่วนคล้ายกับอาชีพ Infopreneur ครับ เพียงแต่เรามุ่งเน้นในการพัฒนา และเอื้อให้เกิด ผู้ประกอบการรายใหม่เล็กๆ ที่สนใจทำธุรกิจส่วนตัว ในต้นทุนที่ประหยัดที่สุด แต่ใช้ความรู้และความชำนาญจากการลงมือทำ เป็นทุนทางธุรกิจที่มากที่สุดแทน

ช่วงชีวิตตลอด 10 ปี ที่ทำงานอยู่ในวังวนของงานประจำ งานเสริม หรือทำธุรกิจส่วนตัวเล็กๆ กลับพบว่าเหนื่อยมากๆ และลงทุนสูง คู่แข่งมากมายและยากที่จะโตได้

แต่ธุรกิจนี้อยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาในวิชาชีพของแต่ละคน ที่เป็นต้นทุนเดิม เพื่อมาเป็น Infopreneur ที่ไม่จำเป็นต้องมีธุรกิจใหญ่โต แต่มีเส้นทางการดำเนินชีวิตที่อิสระมากกว่า ได้เป็นเจ้านายตัวเอง เลือกวันหยุดได้เอง และไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการหมุนเงินมากนัก

นี้เป็นธุรกิจที่เปลี่ยนความสามารถของตัวเองในสิ่งที่ถนัด เป็นรายได้และเปลี่ยนเส้นทางการใช้ชิวิตให้มีอิสระมากขึ้น ในแบบของนักธุรกิจขายความรู้

ประโยชน์ของการเป็น Infopreneur

Infopreneur จะใช้ความรู้ความสามารถของตัวผู้สอนเองเป็นต้นทุน ทำให้ประหยัดได้มาก ส่วนต้นทุนค่า Hosting, Website หรือสื่่อออนไลน์ต่างๆจะใช้ต่ำมาก ,ไม่ต้องกักตุนสินค้า,  หรือเสียค่าตกแต่งสถานที่หน้าร้านแต่อย่างใด ทำให้เกิดความคุ้มค่าที่เห็นเด่นชัดในการทำธุรกิจด้านนี้

สามารถเปิดเว็บไซต์ด้วยเงินลงทุนในตัวเลข 4 หลัก/ปี เท่านั้น โดยในระยะเวลา 1 ปี อาจสร้างรายได้จากการจำหน่าย Information Products สูง ถึงตัวเลข 6 หลัก และครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้ว อีกทั้งสินค้าที่ผลิต จะไม่เน่าสลาย และยังคงจำหน่ายได้อีกหลายปี ตามกาลเวลา แต่ก็ควรทีจะ Update บ้างเป็นระยะๆ เพื่อความทันสมัยอยู่เสมอๆ

นี้เป็นตัวอย่างหนึงของธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้ถึง 6 หลัก ได้ไม่ยาก ด้วยเงินลงทุนในงบประมาณ ไม่เกินหมื่นบาทต่อปีเท่านั้น

ระยะเวลาในการสร้างรายได้

ผมเริ่มแบ่งปันสิ่งที่ผมรู้ผ่านเว็บไซต์ 3 เดือนแรก มีคนเข้าชม 1-2 พันคน และมากขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆครั้งที่ผมแบ่งปันเรื่องรายดีๆ ในรูปแบบของ Blog และเมื่อผมแบ่งปันมากพอ ผมก็เกิด Idea ในการขายสินค้าประเภท Information Products ทันที และนั้นคือก้าวแรกของการเป็นนักธุรกิจขายความรู้เต็มตัว ที่มาพร้อมกับรายได้ เงินก้อนแรก 30,000 กว่าบาท ในเดือนนันนั้นเอง

Information Products มีคุณค่าของมันเอง เพราะกลั่นมาจากประสบการณ์หลายปีที่ถ่ายทอดออกมาเพื่่อแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด และได้ผล ทำให้ผู้ที่สนใจซื้อและนำไปใช้ได้รวดเร็ว ประหยัดเวลา ไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูกหลายเดือนหรือหลายปีทีเดียว

อุปสรรคอย่างหนึงสำหรับผู้เริ่มต้น

ไม่สามารถแบ่งเนื้อหาและความรู้เป็น Step ย่อยๆ เข้าใจง่าย และไม่ทำให้ลูกค้าเห็นภาพตามได้ ว่าควรเริ่มต้นอย่างไรดี นั้นก็เพราะตอนที่เราเรียนรู้ช่วงแรกๆ จะเรียนรู้แบบสะเปะสะปะ ลองผิดลองถูกด้วยตัวเองครับ

ในวันที่เราจะสอนคนอืน เรากลับอัดรายละเอียดทุกอย่างให้คนที่สนใจฟังมากเกินไป
นั้นกลับเป็นยาพิษที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกหนักใจกับข้อมูลที่หลั่งไหลมาอย่างมหาศาลที่สะสมมาเป็นแรมปีของเราครับ

วิธีแก้ไข

วิธีง่ายๆ ในการจัดลำดับความสำคัญและแยกย่อยองค์ความรู้ของเราที่มาจากประสบการณ์

  1.  ศึกษาจากต่างประเทศเพื่อทราบแนวทางในการแบ่งความรู้ออกเป็นเรื่องๆ เพื่อเห็นภาพรวม โดยใช้เทคนิคง่ายๆในการดูสารบัญของหนังสือในหมวดที่ตรงกับเรา
  2. ย้อนกลับไปมองตัวเองในวันที่เริ่มเรียนรู้ครั้งแรกๆ ว่าความรู้ไหนควรเรียนรู้ก่อนเป็นอันดับแรก เสมือนเราย้อนเวลากลับไปสอนตัวเราในอดีต
  3. เขียนความรู้ที่คิดได้แยกเป็นเรื่อง โพสลง Fanpage โดยวิธีนี้นอกจากจะฝึกให้เราแยกย่อยเนื้อหาแล้ว เราสามารถนำมาใช้ต่อในเว็บไซต์ หรือรวบรวมผลงานไว้อีกตอนตีพิมพ์ หรือลง eBook

น่าจะเห็นภาพในการแก้ไขปัญหามากขึ้นนะครับ

หยุดที่จะสนใจแต่เรื่องหาเงิน แต่ให้มุ่งประเด็นไปที่ช่วยเหลือคนอื่นๆ นี้คือเส้นทางของการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนอย่างแท้จริงในโลกของ Internet แบบ Infopreneur

วันที่เรามีความรู้มากพออันเป็นผลมาจากประสบการณ์ที่สั่งสมมานานนับปี หรือลงมือทำจนได้ผลแล้ว เราพร้อมที่จะผันตัวเองเป็น นักธุรกิจ Infopreneur เพื่อเผยแพร่ความรู้ ขายสินค้าเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ความรู้และประสบการณ์ (Knowledge & Experience) หรือ วิธีการ (Know-How)

นำตัวของเราให้มีพลังในการแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ให้แรงบรรดาลใจคนอื่น และช่วยเหลือคนอื่นให้ถึงเป้าหมายของเขา แก้ไขปัญหาด้วยความเต็มใจยิ่ง ถ้าทำสิ่งเหล่านี้อยู่เสมอและมากเพียงพอ จะเกิดผลลัพธ์ที่่สงผลให้เรากลายเป็น Infopreneur เต็มตัว

 

ภาษาอังกฤษ สำคัญแค่ไหน ? กับ อาชีพนักธุรกิจความรู้ Infopreneur

การเปิดโลกทัศน์ไปยังหนังสือใหม่ๆ เว็บไซต์ใหม่ๆ และวีดีโอใหม่ๆ ที่ไม่จำกัดอยู่เพียงในสื่อประเทศไทย จะช่วยให้ค้นพบคำพูดบางคำ ที่ส่งผลกับอารมณ์ของผู้อ่าน และอธิบายความรู้สึกได้ชัดเจน ดึงอารมณ์ของผู้อ่านให้คล้อยตามเสมือนอยู่ในเหตการณ์เดียวกัน

เมื่อคำพูดของเราผ่านบทความสื่อถึงใจผู้อ่านได้ ความรู้สึกย่อมสื่อถึงกันได้เช่นกัน ถ้าเป็นแบบนี้แล้ว ไม่ว่าวิธีการแก้ไขปัญหาใดๆ ที่เราเล็งเห็นว่าดีและได้ผล และยินดียิ่งที่จะถ่ายทอดเพื่อแบ่งปันความรู้ในการแก้ไขปัญหาแล้วละก้อ สิ่งเหล่านี้จะถูกซึมซับเข้าถึงใจผู้อ่านได้อย่างไม่มีกำแพงทางความคิดใดๆขวางกั้น

แต่ถึงอย่างไร ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้ดีที่สุดในตอนแรก สิ่งสำคัญที่ต้องมีของ Infopreneur คืออุดมการณ์หรือทัศนคติที่แรงกล้าในการช่วยเหลือคนด้วยความเต็มใจ หาใช่เงินทองหรือลาภยศสรรเสริญเพียงอย่างเดียว

ถ้ารู้แบบนี้ อย่าให้ภาษาอังกฤษเป็นอุปสรรคของการเป็น นักธุรกิจความรู้ (Infopreneur) เลยนะครับ

ทักษะนักธุรกิจขายความรู้ Infopreneur ส่งผลดีกับธุรกิจส่วนตัวอย่างไร

เพียงท่านมีความรู้ และแบ่งปันข้อมูลที่มีประโยชน์ในทักษะ ความชำนาญและความสามารถที่มีค่ากับคนอื่น แบบเฉพาะเรื่อง (Niche Market) ผ่าน Internet ในรูปของ blog , Website, บทความหรือทาง fanpage มากพอ ท่านจะกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงในด้านนั้นๆทันที

Personal Brand สร้างได้ด้วยการให้

เมื่อท่านแบ่งปันให้คนอื่นมากพอ นอกจากที่ท่านจะมีความชำนาญมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังสามารถสร้าง Personal Brand ให้กับตัวเอง นั้นหมายความว่า ทุกคนจะนึกถึงท่านทันที่ ที่ต้องการรู้เรื่องในเชิงลึกมากยิ่งขึ้นในสิ่งที่ท่านชำนาญนั้นเอง

เมื่อมีคนขอคำแนะนำจากท่าน ท่านจะสามารถบอกได้ว่า อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเขา หรือท่านจะสร้างสินค้าและบริการที่ดีที่สุดจากท่าน มอบให้เขาก็ยังได้ และนั้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ท่าน ผันจากคนธรรมดาเดินดิน มาสร้างธุรกิจส่วนตัวของตัวเองในแบบ Infopreneur ได้ไม่ยากครับ

 

ถ้อยคำพูดจากวีดีโอ

นาทีที่ 00.00 – 01.03

ทำไม Infopreneur ถึงจะเหมาะกับอาชีพเป็นคนที่เป็นทำงานประจำ หรือเป็นมนุษย์เงินเดือน เรื่องแรก Infopreneur ขายองค์ความรู้ครับ ขายทักษะความชำนาญ เทคนิค ทริป ทริค ในการแก้ไขปัญหาอะไรสักอย่างหนึ่ง ซึ่งมันเป็นอาชีพที่เราทำอยู่ทุกวัน สมมุติว่าเราทำงานประจำ เป็นอาชีพอะไรก็แล้วแต่ เป็นช่าง ช่างไม้ ช่างไฟ ช่างนู้นช่างนี่ หรือว่าจะเป็นแบบนักบัญชี คอมพิวเตอร์ Web design account หรือว่าจะเป็นแบบ Web design graphic หรือว่าจะเป็นนักกฎหมาย หรือว่าจะเป็นหมอ หรือว่าจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ ในความต่างๆพวกนี้จะมีองค์ความรู้ที่สามารถเผยแพร่ได้และก็เผยแพร่ไม่ได้ ฉะนั้นเอาความรู้ที่สามารถเผยแพร่ได้ สอนได้เหล่านี้ มาสอนคน มาอาจจะมาสอนกลุ่มคนที่แบบเป็นอาชีพเหมือนกับเราแต่เหมือนกับว่าเขาเพิ่งเริ่ม แบบเป็น Junior แบบเป็นเพิ่งมาใหม่ เป็นปีหนึ่ง เพิ่งมาเริ่มทำงานปีแรก เขาอยากจะเรียนรู้องค์ความรู้จากรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์นับสิบปีอย่างเงี้ย หรือห้าปีสิบปีหรือคนที่มันโดดเด่นมากๆ  ก็อยากเรียนรู้ว่าจะเอาทักษะเนี้ยมาใช้ในงานประจำของเขา ทำให้เขาเก่งขึ้นได้ยังไง

นาทีที่ 01.04 – 01.57

บางทีเนี่ย เวลาที่เรานึกภาพเรานึกภาพเวลาที่เราทำงานปีแรกๆเนี่ย พอมาปีหนึ่งเนี่ยบางทีเราอาจจะได้ทำงาน ถ้าเราได้ทำงานกับรุ่นพี่ที่เขาสอนเรา ดีหน่อยโอเคดี แต่ถ้าเกิดเราได้ทำงานกะที่ที่แบบเขาไม่ได้สอนเราเลยอ่ะ เขาไม่มีพื้นฐานให้เราเลย คือเราต้องแบบงมโข่งอยู่คนเดียว นานเลยกว่าเราจะเก่ง แต่ถ้าเกิดเรามี Infoproduct  จาก Infopreneur รุ่นพี่ในอาชีพที่เกี่ยวกะเรา เขาก็สอนเราว่า เฮ้ย ถ้าคุณเริ่มต้นนะปีหนึ่งแรกๆคุณเข้ามาปีแรกเนี่ย คุณจะทำให้เก่งด้านเนี้ย คุณต้องโฟกัสอะไร คุณต้องพัฒนาอะไร ทักษะไหนที่จำเป็น เพื่อจะทำให้ตัวเองเก่งขึ้น แล้วมันมีผลต่อเรื่องเงินเดือนด้วยนะ หรือเอาไปทำธุรกิจอะไรก็ได้ที่ตัวเอง ยังไงก็ได้เนี่ย มันมีผลให้เราเก่งขึ้นอย่างเงี้ย ผมเชื่อว่ามันจะช่วยพัฒนาหลายๆคน มันเหมือนเป็นการพัฒนาเป็นให้กับคนที่ทำงานในอาชีพที่ใกล้เคียงกับเราเนี่ย พัฒนาเร็วขึ้นมากขึ้นเยอะเลยนะ มันมีประโยชน์มากจริงๆ

นาทีที่ 01.58 – 04.01

ซึ่งตรงเนี้ย มันมี Target มันมีกลุ่มเป้าหมาย มันมีตลาดอยู่ ผมเชื่อว่ามีแน่นอน สำหรับคนที่อยากพัฒนาตัวเองเพราะนึกถึงตอนที่เราทำงานใหม่ๆ เรื่องแรก อันที่สองก็คือว่าเดี๋ยวเนี้ยเรา เวลาที่เราอยากจะทำอะไนสักอย่างเนี่ย บางทีถ้าเราทำเองได้เราก็จะทำ จริงไหม? มันก็จะเหมือนกับเรามันเป็นการพัฒนาทักษะเราเอง เช่นผมเนี่ย ผมเป็น programmer มาก่อนแล้วผมอยากจะออกแบบ ผมก็อยากจะเรียนรู้จากคนที่ออกแบเพื่อเพิ่มทักษะ ผมก็อยากเรียนรู้การตลาดออนไลน์เพื่อเพิ่มทักษะของเรา เพื่อเราจะได้แบบทำเว็บเอง แบบทำธุรกิจตัวเอง ขายของตัวเอง ออกแบบเอง เป็นทักษะ sell เอง ทักษะการพูดเอง ทักษะการเขียนเองอะไรอย่างเงี้ย เราก็อยากจะเรียนรู้กับหลายๆคนที่เก่งทางด้านนี้แล้วก็สอนเรา เพื่อที่เราจะได้แบบพัฒนาตัวเองได้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งมันจะได้แบบ เวลาเราทำธุรกิจออนไลน์มันก็จะได้จบกระบวนการในเรามากยิ่งขึ้น ก็รู้สึกว่าเรามีความสุขที่เราได้เรียนรู้แล้วก็พัฒนามันไปพร้อมๆกัน ผมก็เชื่อว่าทักษะของเรา เวลาที่เราสอนเนี่ยเชื่อเลยว่าหนึ่งเราจะขายกลุ่มคนที่เขาเป็นรุ่นน้องเราหรือว่าเป็นคนที่อยากพัฒนาตัวเองให้เร็วยิ่งขึ้น หรืออยากจะเรียนรู้ทักษะของเรา เข้าไปประยุกต์กับทักษะของเขาเพื่อทำให้ดียิ่งขึ้นกับ สอง ก็คือกลุ่มคนที่ไม่ใช่อาชีพเดียวกับเราเลย แต่เขาอยากได้ทักษะความสามารถของเราไปเสริม เป็นทักษะที่สองหรือสามเพื่อทำให้ธุรกิจในการทำงานของอาชีพของเขาเนี่ยดียิ่งข้ึนนั่นเอง นั่นแปลว่าเวลาที่เราทำ Infoproduct  จากอาชีพ Infopreneur เนี่ยจะมีกลุ่มลูกค้าสองแบบใหญ่ๆก็คือ กลุ่มที่เป็นอาชีพเรากับกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกับอาชีพเราเลยแต่เขาอยากได้ทักษะเราเพื่อไปต่อยอดธุรกิจหรืออาชีพเขา ฉะนั้น ถ้ามองดีๆจริงๆเนี่ย กลุ่ม Target มีเยอะ แล้วก็มันเป็นธุรกิจที่มันเหมาะกับคนทำงานประจำ เรื่องนึงเลยเพราะว่าคนทำงานประจำเนี่ย ประมาณเจ็ดแปดชั่วโมงเนี่ยงานประจำ เราจะฝึกจนเชี่ยวชาญ เราจะทำจนเก่งแล้วเวลาเราไปทำ Infopreneur เนี่ย เราก็เอาความรู้ในงานประจำเนี่ยมากลั่นกรองมาสอนใหม่ แล้วก็วางขายอย่างเงี้ย แล้วก็ถ่ายทอด มันเหมือนกับว่าในธุรกิจที่เราทำมันเป็นเสริม กับงานประจำมันส่งเสริมกันอยู่อย่างแบบลงตัวมาก

นาทีที่ 04.02 – 05.00

แล้วเวลาเราทำ Infopreneur เนี่ยมันจะทำให้งานประจำของเราเก่งขึ้นด้วย เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าเราได้สอน ได้ถ่ายทอด ได้ทบทวนไงครับ เสร็จแล้วเราก็งานประจำเราก็เก่งขึ้น พอเก่งขึ้นปุ๊บ เราก็มีความรู้ทักษะมาขึ้น แล้วก็ทักษะในงานประจำเนี่ยมันก็มาสอน ถ่ายทอด  แล้วก็บอกคน แล้วก็ขายเป็น Info product ได้ มันเหมือนกับว่ามันเป็นธุรกิจแล้วก็มันเป็นงานประจำที่ส่งเสริมกันอย่างลงตัวมากเลย ซึ่งนักรบก็ทำตอนหนึ่งปีแรก อู้หู มันเยี่ยมมาก แล้วก็ชอบมากจริงๆ ทำให้งานประจำเราดีขึ้น แล้วก็มีผลงานดีขึ้น สามารถจบงานได้เร็วขึ้น โดยใช้เวลาน้อยลงแล้วเราก็มีเวลาในการที่จะคิดค้นแล้วก็สร้างอะไรใหม่ๆ ได้ แล้วเวลาที่เอาไปทำเป็นแบบ Infoproduct ใน Infopreneur เนี่ยมันก็จะง่ายขึ้นด้วย เพราะว่าเรามีเจ็ดชั่วโมงในการเอามาทำเป็นพื้นฐานเรียบร้อยแล้ว เวลาเราไปสอนถ่ายทอด มันก็จะยิ่งเร็วเลย มันเหมือนกับว่าส่งเสริมกันอย่างทวีคูณ เหมาะกับคนทำงานประจำอย่างมากเลย เสริมทักษะตัวเองเนี่ยให้ดีขึ้น แล้วก็สร้างรายได้ไปพร้อมๆกัน

นาทีที่ 05.01 – 06.00

ถ้ามองเรื่องของการพัฒนาตัวเองเนี่ย ซึ่งผมโฟกัสให้เลยเป็นเรื่องสำคัญของ Infopreneur เลยนะแล้วมันก็ทำให้ธุรกิจในอาชีพของท่านเนี่ยประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้นด้วย แล้วก็สำหรับใครที่เป็นพนักงานประจำ มนุษย์เงินเดือนอยากทำธุรกิจ Infopreneur เนี่ย ลองเข้าไปดูได้ ตอนมีมีคนสอนมากยิ่งขึ้นแล้ว เป็นเรื่องที่ดีมากจริงๆ นะ แล้วก็ผมก็อยากจะให้แบบเชิญชวนเลยให้ทุกคนหลายๆท่าน ทำอาชีพนี้ Infopreneur เพื่อที่จะสร้าง product ความรู้ ให้ช่วยเหลือคนไทยพัฒนาคนไทยด้วยกัน แล้วก็เผยแพร่ความรู้ได้ ทำธุรกิจด้วยการให้ด้วย มันเป็นธุรกิจที่ดีจริง แล้วท่านจะได้หลายสิ่งอย่างอย่างที่บางทีเราก็เล่าได้ไม่หมดอ่ะ นะ แต่รับรองว่ามีประโยชน์แน่นอน นี่คือเหตุผลโดยรวมทั้งหมด ว่าที่นักรบเจอมาแล้วก็เจอกับตัวเองว่าทำ Infopreneur  จึงเป็นอาชีพที่เหมาะกับพนักงานประจำมาก มากที่สุดอาชีพหนึ่งเลยผม